Tuesday, 12 December 2006

คลื่นวิทยุ

กรีนเวฟ : Green Wave : 106.5 FM
ไทย FM 92.5 Mhz. Live Radio Thailandสถานีวิทยุ 92.5 Live Radio Thailand
ดิสอีสคลิก : Thisisclick.comเว็บไซต์บริษัทคลิกเรดิโอ และคลิกเทเลวิชั่น ข้อมูลรายการวิทยุคลื่น 102.5 Mhz, 103.5 Mhz, และ 104.5
บานานา 89.0 BANANA FM รายการวิทยุ บานานาเอฟเอ็ม 89.0 (BANANA FM 89.0)
พีคเอฟเอ็ม : 88 PEAK FM : PEAK U UP !รายการวิทยุออนไลน์ ที่นำเสนอเพลงทั้งไทยและสากล
ลูกทุ่ง เอฟ.เอ็ม. 102.25 MHzเพลงลูกทุ่งยอดฮิต
วิทยุจุฬาฯ FM 101.5 MHz
สถานีวิทยุ ม.ก.
อีซี่ เอฟ.เอ็ม.105.5คลื่นเพลงสากล ฟังสบายได้ตลอดวัน ออกอากาศทางคลื่นความถี่ F.M. 105.5 Mhz
อีเอฟเอ็ม : EFM : 93.5 FM
ฮ็อตเวฟ : Hot Wave 91.5 F.M.
เมเนเจอร์เรดิโอดอทคอมวิทยุออนไลน์ สามารถรับฟังเพลงได้จากหมวดต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีข่าวสารที่น่าสนใจมากมาย
เวอร์จิ้น ซอฟท์ เอฟ.เอ็ม. 89คลื่นเพลงเพราะอันดับหนึ่งในใจคนกรุงเทพ
เวอร์จิ้น สมูธ เอฟ.เอ็ม. 105คลื่นเพลงสากลฟังสบายของคนกรุงเทพ
เวอร์จิ้น เรดิโอ ไทยแลนด์ดำเนินธุรกิจผลิตรายการวิทยุ 3 รายการ ได้แก่ Virgin Soft 103, 95.5 Virgin HitZ และ Eazy FM105.5
เอฟ.เอ็ม.95.5 เวอร์จิ้น ฮิตคลื่นเพลงฮิตอันดับหนึ่งของคนกรุงเทพ
วิทยุชุมชนจังหวัดสระแก้ว
เรดิโอ ไทยเอ็มเอสเอ็นสถานีวิทยุบนอินเทอร์เน็ต ฟังเพลงออนไลน์ทั้งเพลงไทยและเพลงสากล สามารถขอเพลงจากดีเจและทางเว็บไซต์ได้
เลิฟเอฟเอ็ม : 94.5 Love FMสถานีเพลงรักสากล
เครือข่ายวิทยุกระจายเสียง อ.ส.ม.ท.รับฟังข่าวต้นชั่วโมง คลิปข่าว และรายการข่าวอื่น ๆ
เนชั่นเรดิโอ FM 90.5 Mhz. Nation Radio Online
คลื่นสามัญประจำบ้าน FM 97.5 MHzรายการวิทยุออกอากาศคลื่น FM 97.5 MHz รวบรวมเรื่องราวทางด้านการเมือง สุขภาพ บันเทิง และอื่น ๆ
คูลเอฟเอ็ม : 93 Cool FM
จส. 100รายการ จส.100 รายงานการจราจร ข่าวสารเกี่ยวกับการจราจร รายงานสภาพการจราจรในกรุงเทพมหานคร
นิวส์ชาแนล F.M. 101 NEWSCHANNEL สถานีวิทยุ รายงานข่าวสาร ข่าวที่น่าสนใจในปัจจุบัน
บริษัท สกาย-ไฮ เน็ตเวิร์ค จำกัดเป็นบริษัทในเครือบริษัท อาร์. เอส. โปรโมชั่น จำกัด (มหาชน)
บิสซิเนสเรดิโอ : Business Radio 96.5 MHz.
ลูกทุ่ง เอฟ.เอ็ม. 102.25 MHz
สถานีวิทยุ ซี.อาร์.ไอ. ปักกิ่ง ภาคภาษาไทยสถานีวิทยุกระจายเสียงระหว่างประเทศแห่งชาติจีน (CRI) นำเสนอข่าวสารต่าง ๆ ของประเทศจีน ภาคภาษาไทย
สปอร์ต เรดิโอเสนอผลการแข่งขันแบบสดทันทีทุกชนิด สปอร์ต เรดิโอ คลื่นกีฬา สด 24 ชั่วโมง เอฟเอ็ม 99 เม็กกะเฮิร์ตซ

สำนักข่าวต่างประเทศ

สำนักข่าว BBC
http://news.bbc.co.uk
สำนักข่าว CNN
http://cnn.com
สำนักข่าว Bloomberg
http://www.bloomberg.com
สำนักข่าวซินหัว
http://www.xinhua.orghttp://www.xinhuanet.com/english
สำนักข่าว Voice of America (VOA)
http://www.voanews.com
สำนักข่าว Reuters
http://www.reuters.com
สำนักข่าว AP
http://www.ap.org
สำนักข่าว AFP
http://www.afp.com
หนังสือพิมพ์ International Herald Tribune
http://www.iht.com
หนังสือพิมพ์ Financial Times
http://news.ft.com
หนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal
http://online.wsj.com
นิตยสาร TIME
http://www.time.com
นิตยสาร Far Eastern Economic Review
http://www.feer.com

สำนักข่าว Bernama
http://www.bernama.com
หนังสือพิมพ์ New Strait Times
http://www.nst.com.my
หนังสือพิมพ์ Malaysia Post
http://www.malaysiapost.com/
หนังสือพิมพ์ Malaysia Times
http://www.malaysiatimes.com/
หนังสือพิมพ์ The Straits Time
http://straitstimes.asia1.com.sg/
สถานีโทรทัศน์ Channel News Asia
http://www.channelnewsasia.com
หนังสือพิมพ์ The Jakarta Post
http://www.thejakartapost.com
สำนักข่าว Kyodo
http://www.kyodonews.com/
หนังสือพิมพ์ The Japan Times
http://www.japantimes.com/
หนังสือพิมพ์ Daily Yomiuri
http://www.yomiuri.co.jp/index-e.htm
สถานีวิทยุโทรทัศน์ Australian Broadcasting Corporation (ABC)
http://www.abc.net.au
หนังสือพิมพ์ Sydney Morning Herald
http://www.smh.com.au
หนังสือพิมพ์ The Age
http://www.theage.com.au
หนังสือพิมพ์ New York Times
http://www.nytimes.com
หนังสือพิมพ์ The Washington Post
http://www.washingtonpost.com
หนังสือพิมพ์ The USA Today
http://www.usatoday.com
สถานีโทรทัศน์ ABC
http://www.abc.com
สถานีโทรทัศน์ CBS
http://www.cbs.com
สถานีโทรทัศน์ NBC
http://www.nbc.com

สำนักข่าวของไทย

สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์
http://thainews.prd.go.th
สำนักข่าวไทย
http://tna.mcot.net (ภาษาไทย)http://etna.mcot.net (ภาษาอังกฤษ)
หนังสือพิมพ์กรุงเทพทูเดย์
http://bcc-61.pantown.com/
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
http://www.bangkokbiznews.com/
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
http://www.matichon.co.th/khaosod/
หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก
http://www.komchadluek.net/
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
http://www.thannews.th.com/
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
http://www.dailynews.co.th/
หนังสือพิมพ์ไทยนิวส์
http://www.thainews70.com/
หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์
http://www.thaipost.net/
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/
หนังสือพิมพ์เทเลคอม เจอร์นัล
http://www.tj.co.th/
หนังสือพิมพ์ The Nation
http://www.nationmultimedia.com/
หนังสือพิมพ์เนชั่นสุดสัปดาห์
http://www.nationweekend.com/
สำนักข่าวเนชั่นแชนแนล
http://www.nationchannel.com/
หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/
หนังสือพิมพ์ Bangkok Post
http://www.bangkokpost.com/
หนังสือพิมพ์ Business Day
http://www.bday.net/
หนังสือพิมพ์บ้านเมือง
http://www.banmuang.co.th/
หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ
http://www.matichon.co.th/prachachat/
หนังสือพิมพ์ประชาไท
http://www.prachathai.com/
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
http://www.manager.co.th/
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน
http://www.manager.co.th/daily/
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายเดือน
http://www.gotomanager.com/
หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
http://www.posttoday.com/
หนังสือพิมพ์มติชน
http://www.matichon.co.th/
หนังสือพิมพ์มติชนสุดสัปดาห์
http://www.matichon.co.th/weekly/
หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ
http://www.siamturakij.com/
หนังสือพิมพ์สยามรัฐ
http://www.siamrath.co.th/
หนังสือพิมพ์เส้นทางเศรษฐกิจ
http://www.sentangonline.com/

พลังจักรวาลกับการใช้อัญมณี

ในร่างกายมนุษย์มีสิ่งมหัศจรรย์เหนือธรรมชาติซ่อนเร้นอยู่ เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างพลังธรรมชาติ จิตวิญญาณและพลังเหนือธรรมชาติเข้าด้วยกัน และอยู่ภายใต้อำนาจของสมาธิ เราเรียกสิ่งมหัศจรรย์นี้ว่า “จักระ (Chakra)”

จักระ (Chakra) เป็นภาษาสันสกฤต แปลว่า “กงล้อ” ซึ่งเป็นลักษณะของลำแสงที่แผ่ออกมาเป็นวงคล้ายกลีบดอกบัวมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 นิ้ว ลำแสงที่มีลักษณะคล้ายกลีบดอกบัวนี้จะหมุนอยู่ตลอดเวลาก่อให้เกิดสีสรรต่าง ๆ เหมือนประกายไฟ มีสีที่ต่างกันออกไป จักระในร่างกายมี 7 จุด ผู้ที่ผ่านการกระตุ้นจักระและฝึกสมาธิอย่างสม่ำเสมอจะทำให้จักระหมุนวนรับพลังจักรวาลที่อยู่รอบตัวเข้าสู่จักระทั้ง 7 และหากสามารถพัฒนาอำนาจจิตให้สูงขึ้นก็จะสามารถมองเห็นรูปร่าง แสง สี และการหมุนได้อย่างชัดเจน

จักระทั้ง 7 มีดังต่อไปนี้

จักระที่ 1 มูลธารจักระ (The Base Chakra)

ตั้งอยู่ระหว่างอวัยวะสืบพันธุ์กับทวารหนัก เป็นพื้นฐานของพลังชีวิต มีหน้าที่ดูดซับพลังคุนดาลินี (Kundalini = งูไฟ หรือ Serpent Fire) จากโลก โดยปกติแล้วจักระนี้จะไม่มีการกระตุ้นอย่างเด็ดขาดเพราะอันตรายต่อระบบการทำงานของร่างกาย สีที่สัมพันธ์คือ สีแดง มี 4 เส้นแสง อัญมณีที่สัมพันธ์กับจักระที่ 1 คือ ทับทิม โกเมน

จักระที่ 2 สวาธิษฐานจักระ (The Sacral Chakra)

ตั้งอยู่ที่ปลายกระดูกสันหลังใต้ก้นกบ เป็นศูนย์กลางเกี่ยวกับพลังงานทางเพศและความเชื่อมั่นในตนเอง มีหน้าที่กระจายพลังที่ได้รับจากดวงอาทิตย์ ต่อมที่สัมพันธ์กับจักระนี้คือต่อมสืบพันธุ์ (Gonads Gland) สีที่สัมพันธ์คือ สีส้ม มี 6 เส้นแสง อัญมณีที่สัมพันธ์กับจักระที่ 2 คือ โกเมนสีส้ม คาร์เนเลี่ยนสีส้มแดง

จักระที่ 3 มณีปุระจักระ (The Solar Plexus Chakra)

ตั้งอยู่บริเวณสันหลังที่ตรงกับบั้นเอว มีความเกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหารทั้งหมด ผลิตโลหิต เป็นศูนย์กลางของอารมณ์ดิบ ต่อมที่สัมพันธ์กับจักระนี้คือต่อมหมวกไต (Adrenal Gland) สีที่สัมพันธ์คือ สีเหลือง มี 10 เส้นแสง อัญมณีที่สัมพันธ์กับจักระที่ 3 คือ บุษราคัม ซิทริน

จักระที่ 4 อนาหตะจักระ (The Heart Chakra)

ตั้งอยู่กลางกระดูกสันหลังระดับที่ตรงกับหัวใจ เป็นศูนย์รวมของความรัก ความเมตตากรุณา ความเสียสละ การพัฒนาจิตใจ ต่อมที่สัมพันธ์กับจักระนี้คือ ต่อมไธมัส (Thymus Gland) สีที่สัมพันธ์คือ สีเขียว มี 12 เส้นแสง อัญมณีที่สัมพันธ์กับจักระที่ 4 คือ มรกต เพอริโด

จักระที่ 5 วิสุทธิจักระ (The Throat Chakra)

ตั้งอยู่ตรงกระดูกต้นคอ เป็นจักระที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ หอบหืด โรคที่เกี่ยวกับผิวหนัง ต่อมที่สัมพันธ์กับจักระนี้คือ ต่อมไทรอยด์ (Thyroid Gland) สีที่สัมพันธ์คือ สีน้ำเงิน มี 16 เส้นแสง อัญมณีที่สัมพันธ์กับจักระที่ 5 คือ ไพลิน เทอร์ควอยซ์ ลาปิสลาซูลิ อะคัวมารีน

จักระที่ 6 อาชณะจักระ (The Third Eye Chakra)

ตั้งอยู่กลางหน้าผาก เป็นจักระที่เปรียบเหมือนดวงตาของปัญญา เป็นจุดกำเนิดของญาณหยั่งรู้ เป็นตาที่ 3 เป็นพาหนะแห่งญาณวิเศษสำหรับการติดต่อกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เบื้องบน ต่อมที่สัมพันธ์กับจักระนี้คือ ต่อมใต้สมอง (Pituitary Gland) สีที่สัมพันธ์คือ สีคราม มี 96 เส้นแสง อัญมณีที่สัมพันธ์กับจักระที่ 6 คือ อะมีธีสต์สีม่วงคราม โซดาไลต์

จักระที่ 7 สหัสธารจักระ (The Crown Chakra)

ตั้งอยู่กลางกระหม่อม เปรียบเป็นมงกุฎดอกบัว เป็นศูนย์ควบคุมทุกจักระในร่างกาย เป็นสถานที่รับพลังแห่งจักรวาลและกระจายไปทั่วร่างกาย ต่อมที่สัมพันธ์กับจักระนี้คือ ต่อมเม็ดสน (Pineal Gland) สีที่สัมพันธ์คือ สีม่วง มี 972 เส้นแสง อัญมณีที่สัมพันธ์กับจักระที่ 7 คือ อะมีธีสต์

หมายเหตุ เนื่องจากชื่อของแต่ละจักระเป็นภาษาสันสกฤต เมื่อนำมาสะกดเป็นภาษาอังกฤษแล้วอ่านเป็นภาษาไทยจึงมีความแตกต่างไปบ้างแล้วแต่ตำรา หากผู้อ่านไปศึกษาเพิ่มเติมจากหนังสือเล่มอื่นหรือไปเข้ารับการฝึกวิชาพลังจักรวาลหรือพลังกายทิพย์แล้วพบว่าเรียกชื่อจักระผิดเพี้ยนไปบ้าง ก็ขอให้เข้าใจว่าเป็นชื่อเดียวกัน

เคยมีผู้มาสอบถามผู้เขียนเกี่ยวกับการทำสมาธิเพื่อกระตุ้นจักระทั้ง 7 โดยการใช้อัญมณี ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้มีหนังสือหลายเล่มเขียนอธิบายไว้คล้าย ๆ กันคือ ให้เอาอัญมณีวางไว้ตรงกับจักระที่ต้องการกระตุ้น แล้วกำหนดสมาธิสร้างจินตนาการว่าจักระได้ดูดซับเอาพลังที่อยู่ในอัญมณีเข้ามาไว้กับตัว สำหรับเรื่องนี้ผู้เขียนมีความเห็นว่าจักระ เป็นสิ่งที่สำคัญที่มีอิทธิพลทั้งทางบวกและทางลบกับร่างกาย การกระตุ้นจักระโดยขาดความรู้อย่างแท้จริงจะทำให้การทำงานของจักระทั้ง 7 ขาดความสมดุล ส่งผลให้ระบบการทำงานของร่างกายโดยรวมขาดความสมดุลตามไปด้วย ซึ่งเป็นที่มาของการเจ็บป่วยที่หาสาเหตุไม่ได้ เป็นต้นว่า นอนไม่หลับ ปวดศรีษะ เวียนศรีษะ คลื่นไส้ เดินโคลงไปเอียงมาร่างกายขาดความสมดุล ซึ่งโรคจำพวกนี้ไม่สามารถรักษาได้ด้วยวิธีทางการแพทย์ นอกจากจะต้องไปพบผู้เชี่ยวชาญทางด้านพลังทำการปรับสมดุลร่างกายให้เท่านั้น

การกระตุ้นจักระอย่างถูกวิธีคือ จะต้องฝึกลมปราณ ทำสมาธิ และกระตุ้นทีละจักระ ภายใต้การแนะนำและควบคุมของอาจารย์ที่สำเร็จวิชานี้แล้ว การฝึกจะต้องทำเป็นขั้นเป็นตอน ให้ร่างกายได้ปรับตัว เพราะผู้ที่ไม่เคยฝึกลมปราณมาก่อนจักระจะอ่อนแอ ไม่สามารถรับการกระตุ้นอย่างทันทีได้ ในการฝึกจะใช้เวลาหลายวันกว่าที่จะกระตุ้นได้ครบทุกจักระ และเมื่อฝึกสำเร็จจักระจะแข็งแรง เราก็สามารถมาฝึกหรือกระตุ้นจักระโดยวิธีอื่น เช่น การใช้ ควอทซ์ คริสตัล หินสี อัญมณีต่าง ๆ ได้อย่างปลอดภัย

ในการเขียนเรื่องจักระนี้ อาจมีข้อความบางส่วนแตกต่างไปจากเรื่องจักระที่เขียนกันในหนังสือเกี่ยวกับอัญมณีและหินสีที่มีวางขายอยู่ทั่วไป เนื่องจากผู้เขียนได้ใช้แนวทางของวิชากายทิพย์ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากคุณย่าเยาวเรศ บุนนาค (ผู้ค้นพบวิชาพลังกายทิพย์หรือพลังจักรวาล คือ หลวงปู่ดาสิรา นาราดา พระภิกษุชาวศรีลังกา มีชีวิตอยู่ในระหว่างปี ค.ศ.1846 – 1924 หลวงปู่ดาสิราได้ถ่ายทอดวิชานี้ให้กับ พล.ร.ต.หลวงสุวิชานแพทย์ อดีตแพทย์ใหญ่กองทัพเรือ ซึ่งท่านมีชีวิตอยู่ระหว่างปี พ.ศ.2435 – 2522 พล.ร.ต.หลวงสุวิชานแพทย์ นอกจากเป็นแพทย์ที่มีความสามารถสูงแล้วยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์อีกด้วย ท่านเห็นว่าโรงแรมเอราวัณ หรือในปัจจุบันคือโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ สร้างผิดรูปแบบ จึงได้แนะนำให้สร้างศาลพระพรหมเป็นการแก้เคล็ด ซึ่งต่อมาศาลท้าวมหาพรหมโรงแรมเอราวัณก็มีชื่อเสียงไปทั่วโลก พล.ร.ต.หลวงสุวิชานแพทย์ ได้ถ่ายทอดวิชาพลังกายทิพย์ให้กับคุณย่าเยาวเรศ บุนนาค ในปี พ.ศ.2500 คุณย่าเยาวเรศ เป็นผู้มีความรู้ทางด้านโหราศาสตร์เป็นอย่างสูง ท่านเป็นหนึ่งในศิษย์เอกที่ได้รับการถ่ายทอดวิชาโหราศาสตร์มาจาก อ.เทพย์ สาริกบุตร และเคยได้รับการยกย่องเป็น 10 ยอดโหรของเมืองไทยในอดีต)


ที่มา : http://www.banhonethai.com/

อัญมณีที่ได้รับความนิยมอันดับที่ 1-20 (2)

ผู้เขียนขอแนะนำอัญมณีอีก 10 ชนิดให้คุณผู้อ่านได้ทราบค่ะ

11. โอปอล เป็นอัญมณีชนิดเดียวที่มีสีสันหลากหลายในเม็ดเดียว สีที่เหลือบอยู่ภายในจะส่องประกายคล้ายสีรุ้ง เชื่อกันว่า โอปอลเป็นที่รวมของพลังจากดวงจันทร์และสายน้ำ โอปอลมีคุณสมบัติในการสื่อกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เบื้องบนและรักษาโรคต่าง ๆ ได้ สตรีมีครรภ์ถ้าสวมโอปอลไว้จะทำให้คลอดบุตรได้ง่าย โอปอลเป็นอัญมณีครบรอบแต่งงานปีที่ 7 และเป็นอัญมณีประจำเดือนตุลาคม

12. ซิทริน อยู่ในตระกูลควอทซ์ มีหลายเฉดสีตั้งแต่เหลืองอ่อน เหลืองเข้ม เหลืองส้ม เหลืองทอง มีคุณสมบัติคล้ายบุษราคัม การสวมใส่ซิทรินจะช่วยยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น เพิ่มพลังทางสติปัญญาและความคิดสร้างสรรค์ ช่วยให้การตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งมีความถูกต้อง ชัดเจน เพราะซิทรินจะช่วยเชื่อมสภาวะจิตในระดับต่างๆ เข้าด้วยกัน ทำให้สามารถรับรู้ถึงเหตุผล ข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องการสื่อความเข้าใจกับคนรอบข้างได้อีกด้วย

13. เทอร์ควอยซ์ อัญมณีที่มีประวัติยาวนานคู่กับประวัติศาสตร์ของอียิปต์ คนอียิปต์โบราณเชื่อว่าเทอร์ควอยซ์เป็นสัญลักษณ์ของสุริยเทพ เป็นอัญมณีที่ศักดิ์สิทธิ์ มีพลังอำนาจในตัว ช่วยทำให้ผู้สวมใส่ร่ำรวย มั่งมีเงินทอง มีคุณสมบัติในการบำบัดรักษาโรคระบบทางเดินหายใจ ปวดศรีษะ และช่วยลดความประหม่าเวลาอยู่ต่อหน้าคนจำนวนมาก เทอร์ควอยซ์มีตั้งแต่สีฟ้าอ่อนไปจนถึงฟ้าเข้ม บางครั้งถูกเรียกว่า “พลอยขี้นกการเวก” เป็นพลอยประจำเดือนธันวาคม

14. ลาปิสลาซูลิ เป็นหินสีฟ้าจนถึงสีน้ำเงิน ภายในเนื้อหินมีเกล็ดทองปนอยู่ ชาวอียิปต์โบราณเชื่อว่าลาปิส จะช่วยคุ้มครองผู้สวมใส่ให้รอดพ้นจากอันตราย เป็นเครื่องรางป้องกันภัยจากไสยศาสตร์ และยังเป็นหินที่ช่วยในการติดต่อกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เสริมสร้างพลัง สติปัญญา ญาณหยั่งรู้ ทำให้สามารถมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างได้ชัดเจนขึ้นด้วย “ตาใน” นักบวชชั้นสูงจะนำลาปิสมาประดับบนเสื้อคลุม คนชั้นสูงของอียิปต์โบราณจะนิยมนำลาปิสมาบดเป็นผงเพื่อใช้ในการตกแต่งและบำรุงดวงตา

15. มุกดา หรือมุกดาหาร พลอยสีขาวโดยส่วนมากจะมีสีขาวขุ่นเหมือนสีน้ำนม หรือสีหมอก เหมือนคำว่า “มุกดาหารสีหมอกมัว” แต่ก็มีสีขาวใสเหมือนกัน เชื่อกันว่าเมื่อวันพระจันทร์เต็มดวง มุกดาหารจะมีสีใสเหมือนหยดน้ำ อัญมณีชนิดนี้จะช่วยในการพัฒนาด้านอารมณ์และความรู้สึก ความรัก ปรับอารมณ์ให้เกิดความสมดุล และยังมีคุณสมบัติในการบำบักรักษาอาการลมชัก ช็อคหมดสติ ได้อีกด้วย

16. ทัวมาลีน มีหลายหลากสี เช่น แดง ชมพู เขียว ดำ พลอยชนิดนี้ได้รับความนิยมในการนำมาทำเป็นเครื่องประดับมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเฉพาะชนชั้นกษัตริย์ได้นำมาทำเป็นเครื่องประดับประกอบเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ทัวมาลีนมีคุณสมบัติในการบำบัดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร สร้างความสมดุลขึ้นในจิตใจ ทำให้ผ่อนคลายจากความวิตกกังวล ทัวมาลีนเป็นอัญมณีครบรอบแต่งงานปีที่ 14

17. เพทาย อัญมณีที่ถูกจัดเป็นลำดับ 8 ของแก้วนพเก้า “แดงสลัวเพทาย” บ่งบอกถึงสีของเพทายที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือแดงดำ หรือแดงคล้ำ นอกจากนี้ยังมีสีส้ม น้ำตาล ขาว และสีใสอีกด้วย ซึ่งเพทายใสมักจะนำมาใช้ทำเครื่องประดับแทนเพชร เพทายมีคุณสมบัติในการบำบัดอาการเครียด นอนไม่หลับ วิตกกังวล

18. หยก ชาวเอเชียโดยเฉพาะชาวจีนจะนิยมนำหยกมาทำเป็นเครื่องประดับ โดยมีความเชื่อว่าหยกสามารถป้องกันอันตรายจากสิ่งที่มองไม่เห็นได้ นอกจากนี้ หยกยังช่วยให้ผู้สวมใส่มีความเจริญรุ่งเรือง มีโชคลาภ และมีสุขภาพแข็งแรง อายุยืน หยกจะช่วยบำบัดโรคหอบหืด โรคหัวใจ สร้างภูมิคุ้มกัน เสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ช่วยให้จิตใจสงบ สามารถคิดพิจารณาปัญหา และตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง หยกเป็นอัญมณีครบรอบแต่งงานปีที่ 6

19. ปะการัง เป็นผลผลิตจากท้องทะเลที่มหัศจรรย์อย่างยิ่ง มีหลายสี เช่น ชมพูอ่อน ส้ม แดง น้ำตาล ผู้คนทั่วไปมักนิยมนำมาใช้เป็นเครื่องรางเพื่อป้องกันอันตรายต่าง ๆ โดยเฉพาะการปกป้องคุ้มครองเวลาเดินทาง คนโบราณจะใช้ปะการังในการบำบัดรักษาอาการโรคในช่องปาก ระบบการย่อยอาหาร ระบบการไหลเวียนของเลือด และช่วยสร้างความสมดุลขึ้นในจิตใจ ผ่อนคลาย และกำจัดทัศนคติทางด้านลบออกไปจากจิตใจของผู้สวมใส่
20. คาร์เนเลี่ยน พลอยที่มีสีออกส้มแดง น้ำตาลแดง แต่บางครั้งก็จะพบคาร์เนเลี่ยนสีชมพู มีผู้นิยมนำเอาคาร์เนเลี่ยนมาทำเครื่องรางเพราะเชื่อว่าสามารถป้องกันภัยจากคนที่ปองร้ายได้ นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นให้เกิดความกล้า มีความเชื่อมั่นในตนเอง มีสมาธิ และช่วยรักษาอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร อาการติดเชื้อ และโรคในทรวงอกได้อีกด้วย

ที่มา : http://www.banhonethai.com/

อัญมณีที่ได้รับความนิยมอันดับที่ 1-20 (1)

การนำอัญมณีมาใช้เพื่อเสริมบารมีหรือเสริมดวงชะตานั้น ผู้ใช้จะคำนึงถึงคุณสมบัติของอัญมณีแต่ละชนิดเป็นสำคัญ ซึ่งคนโบราณได้ศึกษาและบันทึกไว้ในตำราไม่ว่าจะเป็นตำราพระเวท ตำราการพยากรณ์ หรือแม้แต่ตำราการแพทย์ก็มีการบันทึกเรื่องการใช้อัญมณีในการบำบัดรักษาโรคต่าง ๆ

ต่อไปผู้เขียนจะได้แนะนำอัญมณีชนิดต่าง ๆ ให้ผู้อ่านได้ทราบค่ะ

1. เพชร คำว่า Diamond มาจากภาษากรีก Adamas แปลว่า “แข็งหาที่สุดไม่ได้” เพชรเป็นสัญลักษณ์แทนความสะอาด บริสุทธิ์ ความกล้าหาญ และจะมอบความรัก ความสุขทางโลกให้กับผู้สวมใส่ เพชรที่ได้รับความนิยมที่สุดจะเป็นเพชรที่ไร้สี และอยู่ในเกรด FL (Flawless) คือปราศจากตำหนิ แน่นอนว่าราคาย่อมแพงที่สุดด้วยเช่นกัน เพชรนอกจากจะเป็นอัญมณีประจำเดือนเมษายนแล้วยังเป็นอัญมณีครบรอบแต่งงานปีที่ 5 และ 30 อีกด้วย

2. ทับทิม อัญมณีประจำเดือนกรกฎาคมที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ราชาแห่งอัญมณี” ทับทิมมีหลายเฉดสีตั้งแต่แดงเลือดนก แดงอมชมพู แดงส้ม แดงม่วง แต่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือแดงสดหรือแดงเลือดนก ทับทิมมีคุณสมบัติในการสร้างพลังให้กับร่างกาย เสริมความกล้า เสริมพลังใจ สร้างความสมดุลระหว่างร่างกายและจิตวิญญาณ นอกจากนี้ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก ความซื่อสัตย์ จึงได้รับเลือกให้เป็นอัญมณีครบรอบแต่งงานปีที่ 1 และ 10

3. มรกต ในความเชื่อของคนโบราณ มรกตเป็นอัญมณีที่สามารถขจัดปัดเป่าปัญหาต่าง ๆ สามารถกระตุ้นการทำงานของสมองและความจำ พัฒนาพลังจิตญาณหยั่งรู้ เป็นสัญลักษณ์ของความสมบูรณ์ ความเจริญ และยังมีคุณสมบัติในการรักษาและบำรุงสายตาอีกด้วย อัญมณีสีเขียวประจำเดือนพฤษภาคมนี้ได้รับเลือกให้เป็นอัญมณีครบรอบแต่งงานปีที่ 3 และ 20 และเนื่องจากมรกตง่ายต่อการแตกหรือบิ่น ดังนั้นผู้สวมใส่ต้องระมัดระวังการกระแทกกับของแข็งไว้ให้มาก

4. บุษราคัม อัญมณีสีเหลือง มีคุณสมบัติในการเสริมสร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี นำพาความสุขความเจริญมาสู่ผู้สวมใส่ ส่งเสริมด้านการเงิน ธุรกิจ และยังช่วยในด้านการผ่อนคลายอารมณ์ จิตใจ ช่วยให้เกิดความสงบระงับ เสริมสร้างพลังให้กับร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจ โรคปอด วัณโรค ดีซ่านได้อีกด้วย บุษราคัมมีหลายสีเช่น สีน้ำเงิน ที่เรียกกันว่า Blue Topaz สีน้ำตาล สีเหลืองอ่อน เหลืองแก่ ส้ม แต่ที่นิยมที่สุดและมีราคาแพงที่สุดคือสีเหลืองทอง บุษราคัมเป็นอัญมณีครบรอบแต่งงานปีที่ 13

5. ไข่มุก อัญมณีประจำวันจันทร์ จึงเป็นสัญลักษณ์ของน้ำและเพศหญิง ไข่มุกเป็นตัวแทนของความรู้สึก อารมณ์ และจะมอบพลังใจให้กับผู้สวมใส่ สามารถนำมาใช้ในการบำบัดความเครียด อารมณ์หงุดหงิด ทำให้เกิดความสงบในจิตใจ ไข่มุกที่ดีจะต้องมีความมันวาว ผิวเนื้อมีความละเอียด และเนื่องจากไข่มุกเป็นผลผลิตจากสัตว์ทะเล เนื้อของไข่มุกจึงต่างจากพลอย ดังนั้นต้องระมัดระวังในการสวมใส่ ห้ามให้ถูกสารเคมีทุกชนิดโดยเฉพาะสารที่เป็นตัวทำละลาย ระวังการถูกขีดข่วนจากของแหลมคม ไข่มุกเป็นอัญมณีครบรอบแต่งงานปีที่ 4 และ 25

6. อะคัวมารีน คำว่าอะคัวมารีน (Aquamarine) หมายถึง “น้ำทะเล” มีสีฟ้าตั้งแต่ฟ้าอ่อนถึงฟ้าเข้ม หรือมีสีแกมเขียวเหมือนสีน้ำทะเล มีคุณสมบัติที่สำคัญคือช่วยขจัดความกระวนกระวายใจ ทำให้เกิดความสงบ เยือกเย็น ผ่อนคลาย ทั้งยังช่วยให้ระบบประสาททำงานเป็นปกติ คนโบราณเชื่อว่าอะคัวมารีนมีอิทธิพลต่อลำคอ ดังนั้นจึงมักดื่มน้ำที่แช่อะคัวมารีนเพื่อรักษาอาการเจ็บคอ ผู้ที่เป็นนักพูดมักจะสวมอะคัวมารีนเพื่อเสริมเสน่ห์ในการพูด ทำให้ผู้ฟังชื่นชอบ อะคัวมารีนเป็นพลอยประจำเดือนมีนาคมและเป็นอัญมณีครบรอบแต่งงานปีที่ 8

7. อะมีธีสต์ คำว่า “อะมีธีสต์” มาจากภาษากรีกแปลว่า “ไม่มึนเมา” ชาวกรีกโบราณจึงมีความเชื่อว่าถ้าดื่มเหล้าในแก้วที่เจียระไนหรือประดับด้วยอะมีธีสต์แล้วจะไม่เมา อะมีธีสต์มีคุณสมบัติในบำบัดอาการนอนไม่และโรคปวดศรีษะ นอกจากนี้ยังสามารถกระตุ้นหรือปลุกเร้าประสาทสัมผัสและญาณหยั่งรู้ และเนื่องจากเป็นพลอยสีม่วง จึงสามารถสื่อสัมพันธ์ถึงจิตวิญญาณ เทพ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ อะมีธีสต์เป็นอัญมณีครบรอบแต่งงานปีที่ 11

8. โกเมน พลอยประจำเดือนมกราคม โกเมนมีหลายสีแต่ส่วนใหญ่จะเป็นสีแดงเข้ม แดงส้ม แดงม่วง แดงน้ำตาล โกเมนมีคุณสมบัติในการปัดเป่าเภทภัย ความหายนะ ความชั่วร้ายต่าง ๆ เสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ ช่วยลดอาการซึมเศร้า เฉื่อยชา และช่วยปรับระบบการไหลเวียนของโลหิตให้เกิดความสมดุล

9. เพอริโด เป็นพลอยที่มีสีเขียวคล้ายมรกต ในสมัยโบราณมักเข้าในกันว่าเพอริโดคือมรกต ซึ่งว่ากันว่ามรกตน้ำงามของพระนางคลีโอพัตราแห่งอียิปต์ ที่ขุดได้จากเกาะในทะเลแดงแท้จริงแล้วคือเพอริโดนั่นเอง คุณสมบัติของเพอริโดจะคล้ายกันกับมรกต คือเสริมสร้างสติปัญญา ความจำ ความสามารถในการเรียนรู้ ไหวพริบ ปฏิภาณ เสริมสร้างสุขภาพที่แข็งแรง เพอริโดเป็นพลอยครบรอบแต่งงานปีที่ 12

10. ไพลิน หรือ Sapphire จัดอยู่ในประเภทเดียวกับทับทิม คือ พวกคอรันดัม ซึ่งมีความแข็งรองจากเพชร ไพลินเป็นอัญมณีที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะแม้แต่เจ้าฟ้าชายชาร์ล มกุฏราชกุมารแห่งอังกฤษ ยังใช้แหวนไพลินหมั้น เลดี้ ไดอาน่า ไพลินที่นิยมกันมีอยู่ 2 สี คือ ไพลินสีน้ำเงิน (Blue Sapphire) และไพลินสีชมพู (Pink Sapphire) ไพลินมีคุณสมบัติในการช่วยปกป้องผู้สวมใส่จากสิ่งชั่วร้าย ป้องกันภัยอันตรายจากการเดินทาง สร้างคุณธรรมให้เกิดขึ้นในจิตใจ และช่วยในการควบคุมตนเองได้อีกด้วย ไพลินเป็นพลอยครบรอบแต่งงานปีที่ 15

ที่มา : http://www.banhonethai.com/

อัญมณีในทางโหราศาสตร์

การจัดเอาอัญมณีมาประจำดาวต่าง ๆ นั้น เราจะถือเอาดาวเพียง 9 ดวงเท่านั้น โดยยกเว้นดาวมฤตยู เพราะเป็นดาวแห่งภัยอาเพศ นอกจากนี้อัญมณีประจำดาวยังนับเป็นอัญมณีประจำวันได้อีกทางหนึ่งด้วยดังที่ได้มีบันทึกใน “คัมภีร์ปาริชาตชาดก” โดยพันเอก(พิเศษ)ประจวบ วัชรปาณ และ อ.เทพย์ สาริกบุตร โดยมีข้อความดังนี้ “ การจัดนพเคราะห์ ท่านกำหนดไว้ดังนี้ คือ ทับทิม เป็นรัตนของอาทิตย์ ไข่มุกขาวบริสุทธิ์ปราศจากตำหนิ เป็นรัตนของจันทร์ พลอยปะการังแดง เป็นรัตนของอังคาร มรกต เป็นรัตนของพุธ บุษราคัม เป็นรัตนของพฤหัส เพชร เป็นรัตนของศุกร์ นิลกาฬหรือไพลิน เป็นรัตนของเสาร์โกเมนส้ม เป็นรัตนของราหู ไพฑูรย์หรือเพชรตาแมว เป็นรัตนของเกตุ”

สรุปก็คือ อัญมณีประจำดาวทั้ง 9 มีดังนี้.

1. พระอาทิตย์ หรือวันอาทิตย์ ทับทิม
2. พระจันทร์ หรือวันจันทร์ ไข่มุก
3. ดาวอังคาร หรือวันอังคาร ปะการังแดง
4. ดาวพุธ หรือวันพุธ มรกต
5. ดาวพฤหัส หรือวันพฤหัสบดี บุษราคัม
6. ดาวศุกร์ หรือวันศุกร์ เพชร
7. ดาวเสาร์ หรือวันเสาร์ นิลหรือไพลิน
8. ราหู หรือวันพุธกลางคืน เพทายสีส้มหรือโกเมนสีส้ม
9. ดาวเกตุ ไพฑูรย์หรือเพชรตาแมว

สำหรับอัญมณีประจำเดือนเกิด (Birth Stone) ซึ่งเป็นคติของทางตะวันตกและได้รับการรับรองจากสมาคมผู้ค้าปลีกอัญมณีแห่งชาติสหรัฐอเมริกามาตั้งแต่ปี ค.ศ.1912 มีดังนี้

1. มกราคม โกเมน
2. กุมภาพันธ์ อะมีธิสต์
3. มีนาคม อะคัวมารีน
4. เมษายน เพชร
5. พฤษภาคม มรกต
6. มิถุนายน ไข่มุก
7. กรกฎาคม ทับทิม
8. สิงหาคม เพอริโด
9. กันยายน ไพลิน
10. ตุลาคม โอปอ, ทัวมาลีน
11. พฤศจิกายน บุษราคัม
12. ธันวาคม เทอร์ควอยส์, โทปาซ

ในส่วนของอัญมณีประจำราศีนั้น เนื่องจากการนับราศีของทางตะวันตกกับทางตะวันออกต่างกัน ผู้เขียนจึงขอใช้หลักการเลือกอัญมณีตามราศีเกิดของท่านอาจารย์พูลหลวง ปรมาจารย์โหราศาสตร์ไทยผู้ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งท่านได้กำหนดไว้ดังนี้ค่ะ

1. ราศีเมษ (15 เม.ย. – 14 พ.ค.) โกเมน
2. ราศีพฤษภ (15 พ.ค. – 14 มิ.ย.) เพอริโด หยก
3. ราศีเมถุน (15 มิ.ย. – 15 ก.ค.) อะมีธีสต์
4. ราศีกรกฎ (16 ก.ค. – 16 ส.ค.) เพชร ไข่มุก มุกดา
5. ราศีสิงห์ (17 ส.ค. – 15 ก.ย.) บุษราคัมสีส้ม
6. ราศีกันย์ (16 ก.ย. – 16 ต.ค.) มรกต
7. ราศีตุลย์ (17 ต.ค. – 16 พ.ย.) อะคัวมารีน ไพลิน
8. ราศีพิจิก (16 พ.ย. – 15 ธ.ค.) ทับทิมสีชมพูหรือสีม่วงแดง
9. ราศีธนู (16 ธ.ค. – 13 ม.ค.) บุษราคัม ซิทริน
10. ราศีมังกร (14 ม.ค. – 12 ก.พ.) นิล
11. ราศีกุมภ์ (13 ก.พ. – 13 มี.ค.) ไพลินสีม่วง
12. ราศีมีน (14 มี.ค. – 14 เม.ย.) ทับทิม

ก่อนจะจบในตอนนี้ ผู้เขียนขออธิบายถึงความคลาดเคลื่อนของการนับราศีระหว่างตะวันตกกับทางตะวันออกเพื่อเป็นเกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ ค่ะ
การนับราศีนั้น ทั่วโลกจะนับเอาราศีเมษ (Aries) เป็นราศีแรกของปีหรือเรียกว่าราศีโลกก็ได้ เนื่องจากคนในสมัยก่อนมองเห็นดวงอาทิตย์เริ่มผ่านเส้นศูนย์สูตรจากทางใต้ขึ้นเหนือ ตรงบริเวณกลุ่มดาวราศีเมษ แต่เนื่องจากแกนของโลกเอียงทำให้การมองเห็นจุดเริ่มต้นของดวงอาทิตย์ไม่ตรงกันระหว่างประเทศในเขตร้อนกับประเทศในเขตหนาว ซึ่งจะสังเกตได้ว่าหน้าหนาว แกนของโลกด้านบนจะเอียงออกห่างจากดวงอาทิตย์ ทำให้ประเทศที่อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรจะเป็นฤดูหนาว ขณะที่ประเทศใต้เส้นศูนย์สูตรจะเป็นฤดูร้อน จากนั้นแกนของโลกด้านบนจะเริ่มเอียงเข้าหาดวงอาทิตย์ เมื่อถึงวันที่ 21 มีนาคม แกนของโลกจะตั้งฉากกับดวงอาทิตย์ทำให้เกิดวันที่กลางวันเท่ากับกลางคืน หรือที่เรียกว่า “วันวสันต์วิษุวัต (Vernal Equinox)” หลังจากนั้นแกนของโลกด้านบนจะเอียงเข้าหาดวงอาทิตย์ ทำให้ประเทศเหนือเส้นศูนย์สูตรเข้าสู่ฤดูร้อน จากนั้นแกนของโลกด้านเหนือจะเอียงออกจากดวงอาทิตย์จนกระทั่งถึงวันที่ 22 กันยายน แกนของโลกจะตั้งฉากกับดวงอาทิตย์ ทำให้กลางวันเท่ากับกลางคืนอีกครั้ง เรียกว่า “วันศารทวิษุวัต (Autumnal Equinox) ซึ่งการที่แกนของโลกเอียงนี่เองทำให้การมองเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นของประเทศในเขตร้อนกับประเทศในเขตหนาวไม่ตรงกันค่ะ

ที่มา : http://www.banhonethai.com/